วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันหยุดที่ชีวิตแสนจะเงียบเหงา และไม่ชอบเลยเลยตัดสินใจว่าจะไปดูหนังคนเดียว นี่เป็นการดูหนังคนเดียวในรอบสองสามปีเลย ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานละ  แล้วเรืองที่เลือกไปดู คือ 32 ธันวา จริงๆอยากไปดูกับนา มากๆ

อีกอย่างวันนี้ เป็น movie day ของ sf  หนัง 60 บาทราคาสบายกระเป๋าจริงๆ ดูรอบสองทุ่มเพราะว่าโรงหนังอยู่หน้าบ้านเลย  คนดูเต็มโรงไม่น่าเชื่อว่าวันพุธ วันที่แสนธรรมดาคนจะเยอะ สงสัยเพราะบัตรถูก

หนังก็ขำดี คลายเคลียดไปได้เยอะเลยเคลียดมาหลายวันละ แต่ที่สำคัญหนังให้ข้อคิดกับคำพูดประโยคนึงทีสดุดมากๆ

และทำให้เติ้ลได้คิดไปกับคำพูดนั้น “ดีพอ หรือ พอดี” เป็นคำพูดทีทำให้คิดถึงตัวเองกับเรืองๆเก่าๆอีกแล้วว่าที่ผ่านมา

เราเคยถามตัวเองไหมว่าใครคือคนทีดีพอและพอดีสำหรับเรา ยอมรับว่าหลายๆปีที่ผ่านมาเวลามีปัญหากัน ทะเลาะกัน เราก็ไปคุยกับผู้ ญ คนอื่นสงสัียคงเป็นเพราะว่าไม่เคยเข้าใจตัวเองเลย คิดแต่ว่าหาคนที่ดีพอสำหรับเราตามใจเราอะไรทำนองนั้น  ทั้งๆที่ลืมสิ่งสำคัญหลายๆอย่างไป   นาเธอเป็นคนที่อยู่ข้างเราตลอดมา เวลาที่เราล้มและท้อ วันที่เราไม่มีใครให้คุย และไม่มีแม่แต่จะกิน  เธอไม่เคยทิ้งเราไป แต่เรากลับมองค้ามสิ่้งสำคัญเหล่านั้นตลอดมา  นาๆเป็นคนที่อดทนกับเติ้ลมากและดีที่สุดตลอดมาก แม้ว่าจะมีผู้ ญ คนอื่นผ่านเข้ามาในชีวิตแม้เค้าจะทำดีกับเรามากแค่ไหนแต่ ยังไงความรู้สึกมันก็ไม่เหมือน อยู่กับนา

แม้ยามที่เราอยู่ด้วยกันถึงแม้จะไม่ได้มีแต่เหตการดีๆเกิด ขึ้นอย่างเดียวก็ตาม เราโกรธกัน ด่ากันทะเลาะกัน แต่เหตุการเหล่านั้น มันกลับไม่ทำให้เติ้ลรู้สึกดีๆกับนาน้อยลงเลย แม่จะเป็นเรืองไม่ดีแต่อย่างน้อยตอนนั้นเติ้ลก็รู้สึกดีที่คนๆนั้นคือนา ที่อยู่ตรงนั้นและเราได้ทำการปรัปความเข้าใจกัน

เติ้ลรู้คำตอบแล้วว่า  เราไม่ควรหาคนที่ดีพอสำหรับ เรา แต่เราควรย้อนกับไปดู ว่าใครคือคนที่ พอดีสำหรับเรา ใครคือคนที่เราอยู่ด้วยแม้ในยามสุขและทุกข์ แล้วเรารู้สึกดีและโอเคกับเรามากที่สุด  เติ้ลได้ค้นพบคำตอบมานานแล้ว เพียงแต่ไม่เคยหยุดคิดแล้วบอกมันไป

นฤพร เธอ เป็นคนที่พอดี สำหรับเราจริง เราอยู่กับเธอแล้วเรามีความสุขที่สุดและไม่มีใครจะมาแทนเธอได้เลย